วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ชาร์ลีกับโรงงานช็อคโกแล็ค Charlie and the Chocolate Factory

ชาร์ลีกับโรงงานช็อคโกแล็ค Charlie and the Chocolate Factory (อ่านฟรี e-book)
ระดับ 3 ดาว
หนังสอนเด็กระดับเหนือชั้น

สมัยผมเด็กมากๆ น่าจะประมาณสิบกว่าขวบ ตอนนั้นผมอยู่ที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี มีหนังฝรั่งเรื่องหนึ่งโฆษณาทางทีวี เรื่อง Charlie and the Chocolate Factory ถ้าจำไม่ผิดจะตั้งชื่อไทยว่า วิลลี่ วองก้า กับโรงงานช็อคโกแล็ค ประมาณนี้ บริษัทจัดจำหน่ายหนังโปรโมทหนังเรื่องนี้ด้วยการเอาคนแคระถ้าจำไม่ผิดจะ 4 คน มาแต่งหน้า แต่งตัว ใส่วิกผมแบบตัวคนแคระในหนังมาออกทีวีโฆษณาหนัง มีการให้สัมภาษณ์ ร้องเพลงเต้นรำ ในความรู้สึกของผม เป็นการโปรโมทที่เด่นมากๆ และทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจมากๆ

ช่วงนั้นบังเอิญเป็นช่วงปิดเทอม พี่ชายชื่อเจียงที่ทำงานเป็นคนขายทองอยู่ที่ร้านขายทองยิ่งเจริญแถวบางรักก็พาผมกับน้องชายและพี่สาวไปเที่ยวกรุงเทพฯ และพาไปดูหนังเรื่องนี้ ถ้าจำไม่ผิดจะฉายที่โรงหนังออสก้า (ถ้าผิดก็ส่งข้อความมาบอกกันในบล็อกด้วยนะครับ) ไปถึงหน้าโรง พี่ชายซื้อตั๋วเสร็จก็เห็นคนแคระที่แต่งตัวเลียนแบบตัวละครในหนังเดินผ่านมา พี่สาวบอกให้ผมไปขอจับมือด้วยแต่ผมไม่กล้า เราเข้าไปดูหนังกัน

หนังน่าดูมากๆ น่าตื่นตาตื่นใจ เปิดเรื่อง วิวลี่ วองก้า เจ้าของขนมช็อคโกแล็คที่ขายดีที่สุดในโลก และเป็นมหาเศรษฐีที่รวยมากๆ จะเปิดโรงงานช็อคโกแล็คให้เด็ก 5 คนเข้าไปเยี่ยมชม โดยจะใส่บัตรทองในซองช็อคโกแล็ค 5 ใบ ช่วงนี้หนังทำได้น่าตื่นเต้นจริงๆ บัตรทองใบแรกเด็กอ้วนเยอรมันจอมตะกละได้ไป บรรดานักข่าวไปสัมภาษท์พ่อแม่เด็กซึ่งอ้วนมากทั้งคู่เหมือนกัน ตอนนั้นทั้งคู่กำลังกินอาหารกันอย่างมูมมาม นักข่าวถามว่ารู้สึกอย่างไงที่ลูกจับได้บัตรทอง ตัวพ่อหันมากัดไมโครโฟนกลืนลงท้อง คนดูหัวเราะกันลั่นโรง ช่วงที่บัตรทองถูกเด็กแต่ละคนจับได้แต่ละใบ เป็นช่วงที่หนังสนุกน่าตื่นเต้นจริงๆ ฉากที่ตัวพระเอก เด็กชื่อชาลีจับได้บัตรทองก็ทำได้ดีครับ เด็กเปิดซองช็อคโกแล็กฉีกหัว ฉีกท้าย ไม่มีบัตรทอง คนดูคิดว่าพระเอกคงไม่ได้แล้ว แต่พอฉีกกระดาษออก ตัวบัตรทองคาดอยู่ตรงกลางซอง เป็นลูกเล่นที่ดีจริงๆ

เด็ก 5 คนพร้อมผู้ปกครองอีก 5 คนได้รับอนุญาติให้เข้าเยี่ยมชมโรงงาน ทั้งหมดรวมทั้งสื่อมวลชน และประชาชนที่สนใจมายืนรอที่ประตูทางเข้าโรงงาน ด้านหน้าโรงงานว่างเปล่า ไม่มีใครเลย พอได้เวลานัด ประตูเปิดออก ยีน ไวเดอร์ แสดงเป็น วิลลี่ วองก้า ใส่ชุดสูทหรู ถือไม้เท้า เดินออกมา วิลลี่ วองก้า ไม่เคยปรากฏตัวให้สาธารณะชนเห็นมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่ประชาชนจะได้เห็นเขา วิลลี่ วองก้า ปรากฏตัวด้วยใบหน้า เฉยเมย หน้าตาดูเป็นคนไม่มีความสุข เขาเดินเอาไม้เท้าค้ำพื้น และเดินขากระเผกช้าๆ ทีละก้าวๆ แบบคนพิการ ท่าทางดูน่าสงสาร ทุกคนแสดงสีหน้าผิดหวัง ฉากนี้ได้อารมณ์เศร้ามากๆ คนดูอึ้งกันไปทั้งโรง พอเดินมาถึงหน้าประตู วิลลี่ วองก้า ก็ก้มลง ม้วนตัวกับพื้นไปข้างหน้าแบบนักกายกรรมและลุกขี้นยืนยืดอก ยิ้ม ชูสองมือขึ้นแบบยินดีต้อนรับ เหมือนกับจะบอกว่า เมื่อกี้นี้ล้อเล่น ทุกคนปรบมือ ประตูเปิด วิลลี่ วองก้า เชิญเด็กและผู้ปกครองเข้าเยี่ยมชมโรงงาน เป็นฉากเปิดตัว วิลลี่ วองก้า ที่น่าประทับใจมากๆ

วิลลี่ วองก้า พาเด็กเข้าเยี่ยมชมโรงงานในแต่ละส่วน  ทุกห้องที่เข้าไปน่าตื่นตาตื่นใจ ฉากแรกพาเข้าไปในสวน แต่ต้นไม้ทุกต้นทำจากช็อกโกแล็ก และกินได้หมด วิลลี่ วองก้า อนุญาติให้ทุกคนกินทุกอย่างได้เท่าที่จะกินไหว ฉากนี้สนุกมากครับ เด็กอ้วนชาวเยอรมันกินอย่างตะกละตะกลามและละเมิดข้อห้าม ทำให้ประสบอุบัติเหตุจนไปต่อไม่ได้ ต้องหยุดการเดินทางแค่นั้น ฉากนี้เหมือนจะสอนเด็กว่า ความตะกระตะกรามเป็นเรื่องไม่ดี

วิลลี่ วองก้า พาเด็กไปดูโรงงานในห้องต่อๆไป เด็กอีก 3 คนเป็นลูกคนรวยที่พ่อแม่เอาแต่ใจจนเสียคน แต่ละคนก็เรียกร้องจะเอาสิ่งที่ วิลลี่ วองก้า ไม่ขาย พอไม่ได้อย่างใจ เด็ก 3 คนก็ละเมิดกฎแห่งความปลอดภัยที่ วิลลี่ วองก้า เตือนเอาไว้ว่าห้ามทำ เด็ก 3 คนดันทุรังทำ และก็พบจุดจบที่ไม่สวย และก็ต้องออกจากโรงงานก่อนจะพาชมจนครบ หนังดีครับ เป็นหนังสอนเด็กให้รู้ว่า ถ้าทำตัวไม่ดีจะเป็นอย่างไร แต่ตัวคนแต่งเรื่องคือ โรอัล ดาห์ เป็นนักเขียนระดับอัจฉริยะ คือแทนที่จะสอนกันตรงๆ ก็แต่งเรื่องแฟนตาซีขึ้นมา เรื่องทั้งเรื่องเกิดขึ้นในฉากเหนือจริงแบบหนังการ์ตูน ตัวนิยายเลยทั้งสนุกและมีสาระไปด้วยพร้อมๆกัน

ชาลีเป็นเด็กยากจน เขาพาลุงไปด้วย ตัวลุงด้วยความที่เห็นว่าครอบครัวยากจนมาก ถ้าขโมยของมีค่าสักชิ้นเอาออกไป จะช่วยให้ครอบครัวตั้งตัวได้ ซึ่ง วิลลี่ วองก้า ก็จับได้ เขาโกรธและขับไล่ตัว ชาลี และลุงออกจากโรงงานโดยไม่คิดที่จะทวงของมีค่าคืน ตัวชาลีเอาของที่ลุงขโมยมาคืนให้ กล่าวขอโทษและเดินจากไป วิลลี่ วองก้า เห็นว่าชาลีเป็นเด็กดีมาก เพราะถ้าชาลีไม่คืนของมีค่าและเอาออกไปขาย ชาลีจะกลายเป็นเด็กที่ร่ำรวยขึ้นมาทันที เขาตัดสินใจยกโรงงานช็อคโกแล็คของเขาให้กับชาลี เพราะตัวเขาเองก็แก่มากแล้วและไม่มีทายาท เขาต้องการหาทายาทเพื่อดูแลกิจการต่อ เรื่องจบลงแบบแฮ็ปปี้เอ็นดิ้ง

ยีน ไวเดอร์ เล่นเป็น วิลลี่ วองก้า ได้ดีมากๆ เล่นได้เด่นที่สุดในเรื่อง แย่งความเด่นใส่ตัวเองในทุกฉาก เป็นศูนย์กลางของหนัง เป็นบทที่เด่นมากๆในชีวิตการแสดงของเขา ยีน ไวเดอร์ ทำให้ วิลลี่ วองก้า เป็นมหาเศรษฐีที่ดูหล่อ เท่ห์ สง่า มีเสน่ห์ ดูมีพลัง มีอำนาจ และมีความลึกอยู่ในตัว เรียกว่า ยีน ไวเดอร์ เล่นได้ดีอย่างหาที่ติไม่ได้ และหนังเรื่อง Charlie and the Chocolate Factory ก็เป็นหนังผมประทับใจมากๆเรื่องหนึ่ง

แต่... เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ผมดูทีวี มีรายการทีวีรายการหนึ่ง เอาคลิปหนังเรื่องนี้สั้นๆมาฉาย เป็นฉากลิฟต์แก้วที่พุ่งขึ้นทะลุหลังคากระจก ดูแล้วรู้สึกผิดหวัง มาดูยุคนี้มันกลายเป็นหนังที่เชยไปแล้ว ถ้าเอาหนังเต็มๆเรื่องมาดูกันในยุคนี้ มันก็จะกลายเป็นหนังที่พ้นยุคพ้นสมัย และไม่น่าดูอีกแล้ว เลยเข้าใจว่าทำไม ทิม เบอร์ตัน ถึงเอาหนังเรื่องนี้มาสร้างใหม่

ตอนที่หนังเรื่องนี้กำลังจะออกฉาย ผมก็คิดว่า หนังเรื่องนี้คงไม่ได้เงินหรอก เพราะยุคนี้หนังแอ็คชั่นกำลังบูม แต่เรื่องนี้ไม่ใช่หนังแอ็คชั่น แถมยังเป็นการเอาหนังเก่ามาสร้างใหม่ ซึ่งทำให้ดูไม่น่าสนใจ เพราะมันดูเก่า ไม่สด ไม่ใหม่ ไม่น่าจะเรียกคนดูเข้าโรงได้ นักวิจารณ์หนังทางวิทยุคนหนึ่งก็คิดแบบเดียวกับผม แต่พอหนังออกฉาย มันทำเงินติดอันดับ 1 ในสัปดาห์แรก เรียกว่าหักปากกาเซียนโดยสิ้นเชิง

Charlie and the Chocolate Factory ฉบับสร้างใหม่ทำออกมาได้ดีครับ โปรดักชั่นรวมถึงการเล่าเรื่องดูทันสมัย เข้ายุคเข้าสมัยดี ความที่เอานิยายมาทำ เนื้อเรื่องส่วนใหญ่ก็จะเหมือนกับหนังฉบับเก่าที่ผมเคยดูไปแล้ว จะมีแตกต่างกันบ้างก็ตรงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ หนังเดินเรื่องได้ดี ดูสนุก ซื้อ vcd เรื่องนี้มาแล้ว สามารถเอามาดูซ้ำได้หลายๆรอบโดยไม่เบื่อ และความที่หนังสร้างกันในยุคนี้ เทคนิคพิเศษหรือซีจีก็สร้างภาพที่หนังยุคเก่าๆทำไม่ได้มาทำให้ดูกัน เพราะอย่างนี้ผมถึงรู้สึกไงว่า ถ้าเอา Charlie and the Chocolate Factory ฉบับเก่าที่ผมเคยดูมาดูตอนนี้มันคงเชยไปแล้ว

สรุปว่าเป็นหนังที่ดีครับ โดยเฉพาะคนที่เคยดูหนัง Charlie and the Chocolate Factory ฉบับเก่าแบบผม ซื้อหนังเรื่องนี้มาดูแล้วก็รำลึกถึงความหลังได้ดีทีเดียว สำหรับเด็กวัยรุ่นยุคนี้มาดูก็คงได้สนุกกัน เพราะหนังทำได้เข้ายุคเข้าสมัยดีทีเดียว

หยงฮ้ง แซ่เตียว
วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น